เปิดเส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร หวังอนุรักษ์และต่อยอดวิถี “นาเกลือ” ไม่ให้สูญจากสังคมไทย

10

การทำนาเกลือ เป็นอาชีพดั้งเดิมของคนไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน ผ่านวิถีที่พึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ใช้แรงกายมากกว่าเครื่องจักร และอีกสารพัดปัญหาที่ชาวนาเกลือต้องเผชิญ ทำให้ขาดแรงจูงใจสำหรับ

คนรุ่นใหม่เข้ามาแบกรับอาชีพที่สืบทอดต่อมาจากบรรพบุรุษ เส้นทางสายเกลือจึงดูเหมือนจะค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมไทย

เปิดเส้นทางสายเกลือ….ที่สมุทรสาคร

ก่อนที่วิถีการทำนาเกลือจะกลายเเป็นเพียงตำนานและสูญหายไปจากสังคมไทย สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และอุทยานการเรียนรู้สมุทรสาคร จัดกิจกรรรมและนิทรรศการ “เส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร” ขึ้น เนื่องจากสมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีการนาเกลือ นอกจากนี้ยังมีจำนวนเกษตรกรและพื้นที่ทำนาเกลือมากที่สุดในประเทศไทย

จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือสมุทร เมื่อปี 2554 พบว่าจังหวัดสมุทรสาคร มีเกษตรกรที่ทำนาเกลือ 242 ครัวเรือน พื้นที่ 12,572 ไร่ จังหวัดเพชรบุรี มีเกษตรกรที่ทำนาเกลือ 137 ครัวเรือน พื้นที่ 9,880 ไร่ และจังหวัดสมุทรสงคราม มีเกษตรกรที่ทำนาเกลือ 111 ครัวเรือน พื้นที่ 4,535 ไร่

ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK park กล่าวว่า การจัดนิทรรศการเส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องเกลือ ซึ่ง 3 หน่วยงานได้ร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อสืบทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำนาเกลือ และวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ทำนาเกลือในจังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากเกลือให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเกลือไทยไปสู่สากลได้ในที่สุด

ภายในงานนิทรรศการ“เส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร” ครั้งนี้  เป็นการเปิดเวทีระดมองค์ความรู้จากเกษตรกรตัวจริงที่ทำนาเกลือมาทั้งชีวิตกว่า 30-40 ปี เช่น ลุงปื๊ด เกษตรกรชาวนาเกลือเจ้าของฉายา “จอมยุทธ์กองเกลือ”  ลุงสมคิด เจ้าของฉายา “จอมยุทธ์เดินน้ำ” รวมทั้งผู้ก่อตั้งโรงเรียนนาเกลือแห่งแรกในประเทศไทย และกลุ่มคนผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากเกลือจนก้าวไกลไปต่างประเทศได้ เช่น กลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทอง จากจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีการทำนาเกลือแบบต่างๆ  รวมไปถึงการสาธิตกระบวนการแปรรูปเกลือสมุทรในรูปแบบต่างๆ เช่น ไอศกรีมแท่งโบราณดับร้อน,  เกลือขัดผิวทำเองได้ง่ายนิดเดียว, แป้งเกลือจืดผสมทานาคา และไข่เค็มจากดินนาเกลือ  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับเกลือที่สนุกสนานสำหรับเด็กๆ อาทิ ประดิษฐ์กังหันลม, ผลึกเกลือหน้าตาเป็นอย่างไร, การระบายสีน้ำโดยใช้เทคนิคโรยเกลือ  เป็นต้น

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้หรือ TK park ได้เชื่อมโยงนิทรรศการครั้งนี้กับแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่การทำนาเกลือของจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ พื้นที่การทำนาเหลือบริเวณ ตำบลบ้านบ่อ และตำบลโคกขาม และพูดคุยกับเกษตรกรชาวนาเกลือตัวจริง เริ่มกันที่ ลุงปื๊ด เกษตรกรชาวนาเกลือเจ้าของฉายา “จอมยุทธ์กองเกลือ”

ลุงปื๊ด หรือ นาย ลิขิต นาคทับทิม  ชาวนาเกลือสมุทรสาครวัย 57 ปีผ่านแสงแดดสายฝนบนวิถีการทำนาเกลือมาค่อนชีวิต ลุงปื๊ด เล่าว่า สำหรับอาชีพการทำนาเกลือ ดินฟ้าอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญ ปีไหนแล้งมากการทำนาเกลือจะยิ่งดี แต่ถ้าปีไหนฝนชุกชาวนาเกลือก็ย่ำแย่ และยิ่งทุกวันนี้ยังมีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน เด็กรุ่นใหม่ชอบทำงานในโรงงานมากกว่าทำนาเกลือ จึงหาคนงานได้ยาก และยังไม่สามารถหาคนรุ่นต่อไปรับหน้าที่สานต่ออาชีพอย่างจริงจัง

“เมื่อ 7 – 8 ปีก่อนนี้จะได้ผลผลิตเฉลี่ย 50%  ในปีไหนที่สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน ก็จะได้ผลผลิตน้อย  อย่างพอตากนาเกลือไว้พอน้ำทะเลจะแห้ง ฝนก็กลับตก สลับกันแบบนี้อยู่ตลอด พอเป็นแบบนี้เราก็ขาดทุน อย่างล่าสุด 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเราก็ทำนาเกลือได้อยู่ประมาณ 3 – 4 เดือน เดือนละ 1 -2 รอบ ช่วงเดือนที่เหลือก็จะเป็นช่วงเวลาว่างที่ทำให้แรงงานที่มีต้องไปหางานอื่นทำ ซึ่งส่วนใหญ่พอได้ไปแล้วก็ไม่ยอมกลับมาทำนาเกลือต่อเลย เพราะอยากได้งานประจำ ยิ่งคนรุ่นใหม่เขาก็เลือกที่จะทำงานในอาชีพอื่น ๆ ตั้งแต่แรก ลูกหลานเรายิ่งแล้วใหญ่ เขาเห็นมาตั้งแต่เกิดว่า อาชีพทำนาเกลือทำยาก ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก ก็ไม่อยากทำกันแล้ว  ขนาดตอนนี้สบายกว่าสมัยก่อนเยอะแล้วนะ มีอุปกรณ์สมัยใหม่  มีเครื่องทุ่นแรง แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดี เพราะต้องต่อสู้กับแดดกับฝน แล้วราคาเกลือก็ไม่ดี ตัวรายได้ที่ไม่เสถียรก็อาจจะไม่ดึงดูดใจหนุ่มๆสาวๆ” ลุงปื๊ดเล่าให้ฟังถึงสภาพปัญหา

ขณะที่ นายเลอพงษ์   จั่นทอง  ประธานกรรมการสหกรณ์นาเกลือ ต.โคกขาม อ.เมือง เกษตรกรชาวนาเกลือวัย 60 ปีที่ยังคงยึดอาชีพการทำนาเกลือไว้อย่างภาคภูมิใจบนผืนแผ่นดิน 40 ไร่ที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  เช่นเดียวกับเพื่อนเกษตรกรในบริเวณเดียวกันรวม 270 ครอบครัว พร้อมกันนี้ยังได้ใช้พื้นที่ของนาเกลือเป็น “ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร หรือ “ศูนย์เรียนรู้การทำนาเกลือ” สำหรับเพื่อนเกษตรกร ประชาชนที่สนใจรวมไปถึงเด็ก ๆ และเยาวชนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำนาเกลือไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานก่อนที่ อาชีพการทำนาเกลือกำลังจะกลายเป็นตำนานเพราะไร้คนสานต่อ

นายเลอพงษ์เล่าให้ฟังว่า ในอดีตการทำนาเกลือต้องพึ่งพาธรรมชาติและแรงงานเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบ้าง และส่งผลดีการทำนาเกลือขึ้นมาก เช่น  การใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาปั่นกังหันเพื่อวิดน้ำเข้า-ออกจากนา แทนกังหันลมสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น นอกจากนี้ก็เริ่มมีพัฒนาการการทำเกลือแบบใหม่  เช่นที่จังหวัดเพชรบุรีเริ่มใช้และได้ผลดีคือ การทำนาเกลือบนผ้าใบ

“ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ วิถีนาเกลือที่กำลังจะสูญหาย เพราะทุกวันนี้ชาวนาเกลือมีจำนวนลดลงและไม่มีคนรุ่นใหม่มาสานต่อ เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่ทางสหกรณ์ได้พยายามสืบสายวิถีนาเกลือ  โดยนำไปบรรจุลงในหลักสูตรของโรงเรียนท้องถิ่น และเปิดพื้นที่นาเกลือให้นักเรียนได้เข้ามาศึกษากระบวนการทำนาเกลือ และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยปรารถนาให้คนรุ่นใหม่เข้าใจถึงคุณค่าของนาเกลือดังเช่นบรรพบุรุษ และภาคภูมิใจในอาชีพของท้องถิ่น ให้สมดังพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยพระราชทานที่ดินเพื่อประกอบอาชีพนาเกลือให้ชาวโคกขาม”

ด้านนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ให้ความเห็นว่า การจัดงานครั้งนี้นอกจากเป็นการอนุรักษ์ และสืบสานอาชีพดั้งเดิมของคนสมุทรสาครให้อยู่สืบต่อไปแล้ว

ยังเป็นสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของเกลือ รวมทั้งการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาวิถีการทำนาเกลือ และผลิตภัณฑ์จากเกลือให้มีคุณภาพมาตรฐาน จนสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้

“ปัจจุบันทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญเกลือกันมากขึ้น เนื่องจากอาชีพทำนาเกลือตามธรรมชาติเริ่มจะหมดไปจากบ้านเรา เป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้ความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น พร้อมช่วยอนุรักษ์และหาวิธีการพัฒนาแหล่งผลิตเกลือ และเส้นทางสายเกลือต่อไป สมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่ผลิตเกลือมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเกลือนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องใช้และขาดไม่ได้มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะการถนอมอาหาร จึงจัดโครงการเส้นทางสายเกลือขึ้น เพื่อสืบทอดองค์ความรู้การทำนาเกลือ และวิถีชีวิตเกษตรกรนาเกลือ เผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำนาเกลือ และนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปสู่ระดับสากล”

นอกจากนี้ ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ยังกล่าวถึงการจัดนิทรรศการเส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร ครั้งนี้ด้วย ว่า “องค์ความรู้ที่ได้รับการนิทรรศการครั้งนี้ล้วนแต่สามารถนำไปต่อยอดได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสำหรับเด็ก คู่มือประกอบอาชีพในอนาคต นิทรรศการ และหนังสือความรู้อื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับการประกอบอาชีพเกี่ยวกับเกลือเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้รอบด้าน และใช้ได้จริงเพื่อแสดงให้เห็นว่าห้องสมุดมีชีวิตไม่ได้จบแค่การมีหนังสือมาให้บริการเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาและบริหารจัดการองค์ความรู้ในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยในที่สุด”  

มาร่วมเรียนรู้เรื่องของเกลือและวิถีการทำนาเกลือจากนิทรรศการ ”เส้นทางสายเกลือ…ที่สมุทรสาคร” ณ  อุทยานการเรียนรู้สมุทรสาคร ก่อนที่คนไทยต้องบริโภคเกลือจากต่างประเทศ

ออนิกซ์ฯ เปิดแผน“แพลนบี” นำร่องโครงการอนุรักษ์สายพันธุ์ผึ้ง

PLAN BEE 1

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ริเริ่มโครงการ “แพลนบี (Plan Bee)” เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ  เดินหน้าโครงการอนุรักษ์ผึ้งสายพันธุ์เอเชียให้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ จัดโครงการนำร่องสองแห่งในกรุงเทพฯ แห่งแรก ณ  โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ระดับหรูใจกลางกรุง ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงผึ้งในเขตเมืองแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ แบรนด์ชามา โดยชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ มีแผนงานที่จะสานต่อความร่วมมือกับไร่ทอง ออร์แกนิค ฟาร์ม ในการริเริ่มโครงการเพาะเลี้ยงผึ้งในเขตชนบท สำหรับการเพาะเลี้ยงผึ้งเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว ตามปณิธานหลักของชามาในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่มุ่งสนับสนุนโครงการเพื่อบรรเทาความยากจน

เครือออนิกซ์ฯเล็งเห็นความสำคัญของผึ้งในระบบนิเวศ ด้วยว่า ผึ้งคือตัวช่วยหลักในการผสมเกสรของธรรมชาติ โดยหนึ่งในสามของธัญญาหารที่เราบริโภคล้วนอาศัยผึ้งในการถ่ายละอองเกสร และถึงแม้จะมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศ ผึ้งและแมลงอื่นๆที่ช่วยผสมเกสรกลับถูกคุกคามจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ การใช้ยาฆ่าแมลง การปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ การเพิ่มขึ้นของสัตว์รังควาน โรคซึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง มลภาวะ รวมถึงการทำเกษตรกรรมที่ผิดวิธี

โครงการเลี้ยงผึ้งในเขตเมือง ที่ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ

ภายใต้แบรนด์ซัฟฟรอนที่มีนโยบายเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ จะเป็นเซอร์วิสเรสซิเดนซ์แห่งแรกที่ริเริ่มโครงการเลี้ยงผึ้งในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ผึ้งในปัจจุบันประสบกับการคุกคามในด้านต่าง ๆ จึงทำให้แหล่งพักพิงสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับสิ่งมีชีวิตนี้ คือพื้นที่ใจกลางเมืองเท่านั้น

โครงการเลี้ยงผึ้งในเขตเมือง ณโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ จะถือเป็นโครงการนำร่องของกลุ่มออนิกซ์ฯ ที่ริเริ่มดำเนินการในประเทศไทยและขยายสู่โรงแรมในเครืออื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศต่อไป โดยออนิกซ์ฯ ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะจากไร่ทอง ออร์แกนิค ฟาร์ม เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพและความสำเร็จของโครงการ นักเลี้ยงผึ้งจากไร่ทองจะมาตรวจเยี่ยมโครงการเพื่อเก็บน้ำผึ้งและให้ความรู้แก่พนักงานถึงเทคนิคและทักษะการเลี้ยงผึ้งด้วยรังแบบ Warré-type ซึ่งเป็นมิตรต่อการใช้ชีวิตของผึ้ง ทั้งนี้ ออนิกซ์ฯมุ่งหวังให้กิจกรรม “แพลนบี” นี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเรียนรู้ของพนักงาน แขกผู้เข้าพัก ตลอดจนชุมชนและโรงเรียนใกล้เคียง เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสืบไป

โครงการเลี้ยงผึ้งในเขตชนบท โดยชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ

เพื่อสานต่อนโยบายการทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน และบรรเทาความยากจน ของแบรนด์ชามา โดยชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ มีแผนงานที่จะสานต่อความร่วมมือกับไร่ทอง ออร์แกนิค ฟาร์ม ในการริเริ่มโครงการเพาะเลี้ยงผึ้งในเขตชนบท โดยในการให้ความรู้ และจัดหาสิ่งจำเป็นให้แก่ชุมชนเกษตรกรรมสำหรับการเพาะเลี้ยงผึ้งให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสร้างเป็นแหล่งรายได้เสริมของเกษตรกร นอกจากนี้ ชามา และ ไร่ทอง ยังจัดการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพแก่บุคคลที่สนใจ เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบชีววิทยาของผึ้งสายพันธุ์เอเชีย รวมถึงบทบาทของผึ้งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในธรรมชาติ

 

ลิสา ทอมมัส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวถึงโครงการ “แพลนบี” ว่า

“ออนิกซ์ฯ ได้นำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมหลายโครงการผ่านแบรนด์ทั้งสี่ในเครือได้แก่ ซัฟฟรอน ชามา อมารีและโอโซ ซึ่งครอบคลุมการดูแลพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้านเพื่อการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน โดยออนิกซ์ฯ ได้กำหนดค่านิยมขององค์กรและแนวทางการประกอบธุรกิจให้เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมเพื่อมอบประโยชน์คืนสู่ชุมชนใกล้เคียง โครงการ “แพลนบี” ถือเป็นก้าวแรกในการริเริ่มการเพาะเลี้ยงผึ้งในเขตเมืองของประเทศไทยและมีแผนขยายโครงการสู่ประเทศอื่น ๆ  และเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมในเขตเมืองที่เหมาะสมและปลอดภัย ให้กับประชากรผึ้งสามารถลี้ภัยจากยาฆ่าแมลงในชนบทได้

 

โดยน้ำผึ้งที่ได้จากรังผึ้งนี้ จะถูกนำมาป็นส่วนประกอบอาหารและเครื่องดื่มในร้านคาเฟ่ แคลร์ และ มันโด ป็อป ใน โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ  และ เรายังสามารถสอดแทรก นำเสนอข้อมูลความรู้ เพื่อให้แขกผู้เข้าพัก พนักงาน และชุมชนได้ร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมกับเรา”

โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค จัดเลี้ยงเปิดตัวและฉลองครบรอบ 10 ปี มร.ชู ฮอย โฮง เชฟใหญ่ห้องอาหารจีนอิมพีเรียลไชน่าของโรงแรมฯ

imp

มร.ไมเคิล ซีเทค ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 จัดเลี้ยงเปิดตัวและฉลองให้ มร.ชู ฮอย โฮง เชฟใหญ่ห้องอาหารจีนอิมพีเรียลไชน่าของโรงแรมฯ ในโอกาสที่ร่วมงานกับโรงแรมฯ มาครบ 10 ปี เมื่อเร็ว ๆ นี้

มร.ชู ฮอย โฮง เป็นคนสัญชาติฮ่องกง มีประสบการณ์ในด้านอาหารจีนจากภัตตาคารชั้นนำในฮ่องกงมามากกว่า 10 ปี และเคยร่วมงานกับโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับ 5 ดาวมาแล้วหลายแห่ง ก่อนที่จะมาร่วมงานกับโรงแรมฯ

สำหรับบรรยากาศในงานทางโรงแรมฯ ได้จัดเตรียมอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งแท้ ๆ เมนูเด็ดที่คัดสรรเป็นพิเศษโดย มร.ชู ฮอยโฮง เชฟใหญ่ จำนวน 10 เมนู (10 ปี) ไว้รับรองแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารคาวและหวานได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ได้แก่ ออเดิร์ฟร้อน 2 สหาย, ซุปจ้าวสมุทรน้ำใส, กุ้งไทเก็ก, หอยเป๋าฮื้อผักกาดแก้วน้ำมนหอย, เนื้อแพะตุ๋นฟองเต้าหู้แผ่นน้ำแดงหม้อดิน, ปลาเก๋าอบยอดซุปผัก, ข้าวผัดกระเทียมมัจฉากุ้ง และ สาคูผลไม้ในแก้วมังกร

ผู้สนใจสามารถมาเลือกใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 มิถุนายนนี้ ทั้งมื้อกลางวันและค่ำ ได้แก่เมนูอาหารตามสั่งและเซ็ทเมนู (8-10 ท่าน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 02-261-9300 ต่อ 5059
อีเมล์ dining@imperialhotels.com, เวปไซต์ www.imperialhotels.com

รับฟังเสวนากับบุคคลสร้างแรงบันดาลในการเรียนรู้อาเซียน ในโครงการ Inspire by Idol

ASEAN5_final_cre_edit10aprะา
อุทยานการเรียนรู้ TK park เชิญชวนรับฟังเสวนาสร้างแรงบันดาลใจกับโครงการ Inspire by Idol
กับบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาเซียน

• วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 เวลา 14.00-15.00 น.
พบกับ คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ นายกสมาคมอาเซียนแห่งประเทศไทย
และ คุณประภัสสร เสวิกุล ศิลปินแห่งชาติและนักเขียนในโครงการวรรณกรรมเพื่ออาเซียน
• วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2556 เวลา 14.00-15.00 น
พบกับ คุณกิตติพจน์ อรรถวิเชียร บรรณาธิการนิตยสาร BE Magazine พร้อมกับกลุ่มเยาวชนผู้สร้างสรรค์ผลงานการเขียน

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการพิพิธอาเซียน…A journey through ASEAN ภาค 3 ตอน หลากความเหมือน หลายความต่าง ASEAN…Unity in Diversity เปิดให้ชมพร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ
เพื่อการเรียนรู้ เข้าใจ และเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตั้งแต่เวลา 11.00 -17.00 น. ที่บริเวณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สนใจดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.tkpark.or.th

“ตุ๊ก-ชนกวนัน” นำทีมเปิดเมืองแห่งความ “สนุก” ของทุกคนในครอบครัว

Caption (1)

ถานีรักลูก แฟมิลี่ แชนเนิล ร่วมกับ ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี จัดงาน Family Fun Town by รักลูก แฟมิลี่ แชนเนิล เมืองแห่งความ สนุก ของทุกคนในครอบครัว โดยภายในงานนี้ ยังได้พบกับ คุณแม่คนสวย ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ มา Meet & Greet กับแฟนๆ ชาวอุดรธานี พร้อมมอบของรางวัลสุดพิเศษ ร่วมด้วย ทันตแพทย์จุ้มจิ้ม กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร ที่มาพูดคุย พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ในการดูแลลูกน้อย และร่วมทำกิจกรรมกันอย่างเป็นกันเอง

ออนิกซ์ฯ รุกเปิดอมารีแห่งแรกในบาหลี เปิดตัว “อมารี พิชาตู บาหลี” ปี 2558

Amari Pecatu Bali_aerial

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ผู้บริหารจัดการแบรนด์โรงแรมชั้นนำของเมืองไทย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหาร อมารี พิชาตู บาหลี โรงแรมภายใต้แบรนด์อมารีแห่งแรกในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ริมหาดพิชาตูทางตอนใต้ของเกาะบาหลี ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหาดสวรรค์ของนักเล่นกระดานโต้คลื่นจากทั่วโลก โดยกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2558

อมารี พิชาตู นำเสนอบริการห้องพักหลากรูปแบบ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 54-400 ตร.ม. แบ่งเป็นห้องดีลักซ์ 385 ห้อง จูเนียร์สวีท 10 ห้อง และวิลล่า 40 ห้อง ซึ่งผู้มาเยือนสามารถเลือกห้องพักที่เปิดชมทิวทัศน์พาโนรามาของมหาสมุทรอินเดียหรือวิวสนามกอล์ฟอันเขียวขจีได้ตามต้องการ ภายในโครงการครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้องอาหารขนาดใหญ่ 2 ห้อง รวมไปถึงเล้าจน์และบาร์ บรีซสปา สระว่ายน้ำพร้อมวิวทะเล ศูนย์ออกกำลังกาย พร้อมร้านจำหน่ายสินค้าในบริเวณส่วนต้อนรับ นอกจากนี้ ยังมีบริการห้องจัดเลี้ยงสำหรับงานแต่งงานและงานอีเว้นท์ต่างๆ อย่างครบวงจร โดยการออกแบบ อมารี พิชาตู เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท โอเพ่นแอร์ สตูดิโอ กรุงเทพฯ และ บริษัท บรอดเวย์ มาลยัน สองบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของผลงานการออกแบบโรงแรมและรีสอร์ทระดับโลกหลายแห่ง

อมารี พิชาตู เป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง เอสทีเอ กรุ๊ป พรอพเพอร์ตี้ ดิวิชั่น และ พีอาร์ บาหลี พิชาตู กราฮา โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พิชาตู อินดาห์ รีสอร์ท ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 2,400 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงศูนย์การค้า พื้นที่จัดการประชุมสัมมนาที่รองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 12,000 คน และสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม ซึ่งออกแบบโดย โรนัลด์ ฟรีม สถาปนิกผู้มีความเชี่ยวชาญระดับสูงด้านการออกแบบสนามกอล์ฟชั้นนำมาแล้วทั่วโลก

ปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “ออนิกซ์ฯ มีความยินดียิ่งที่ได้เป็นผู้บริหาร อมารี พิชาตู ซึ่งเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์อมารีแห่งแรกในประเทศอินโดนีเซีย การได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการการร่วมทุนขนาดใหญ่ของพิชาตู อินดาห์ รีสอร์ท ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์อมารี ซึ่งออนิกซ์ฯ มุ่งหวังที่จะได้ร่วมพัฒนาหาดพิชาตู ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของเกาะบาหลีต่อไป”

อมารี พิชาตู เปิดต้อนรับนักลงทุนผู้แสวงหาบ้านพักตากอากาศในทำเลชั้นเยี่ยม ซึ่งนอกจากสิทธิ์ในการเข้าพักรายปี ผู้ลงทุนยังจะได้รับผลตอบแทนจากการปล่อยห้องพักให้เช่า และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

เมืองแห่งความ “สนุก”

Caption

นางสาวศิริพร บัวพุ่ม ผู้อำนวยการสถานีรักลูก แฟมิลี่ แชนเนิล(คนกลาง) และ นายธนกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอุดรพล่าซ่า จำกัด(ที่ 2 ขวา) ร่วมเปิดงาน Family Fun Town by     รักลูก แฟมิลี่ แชนเนิล เมืองแห่งความ “สนุก” ของทุกคนในครอบครัว ณ ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี โดยมี คุณตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ และ ทันตแพทย์จุ้มจิ้ม – กิตติลักษณ์ จุลลัษเฐียร มาร่วมงานเมื่อวันก่อน

โนโวเทลสยามระดมทุนปลูกป่า

image008

มร. เดวิด บอล์ดวิน  ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ จัดแคมเปญ Hug A Tree ขึ้นอีกครั้ง เพื่อเชิญชวนแขกและลูกค้ามาร่วมกอดครอบครัวต้นไม้พร้อมร่วมบริจาคเงิน โดยได้เงินบริจาคมากถึง 50,000 บาท และจะนำไปสร้างครอบครัวต้นไม้ครอบครัวใหม่ได้ถึง 500 ต้นในป่าทางภาคเหนือ  กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ”โครงการ Planet 21″ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนของทุกโรงแรมในเครือแอคคอร์

TK แจ้งเกิดการตลาด “ชวนวัยรุ่นไทย แต่งเต็มมาแจ้งเกิด สร้างแผนการตลาด ดันแบรนด์แฟชั่นไทย” ในโครงการ “แต่ง ฝัน ปั้น แบรนด์”

image

อุทยานการเรียนรู้ TK park  ชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไปอายุ 18 -25 ปีที่รักและสนใจอาชีพด้านการตลาด ฝันอยากเป็นนักปั้นแบรนด์ให้กับสินค้าต่างๆ  สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ TK แจ้งเกิดการตลาด โครงการ “แต่ง ฝัน ปั้น แบรนด์” โดยรวมกลุ่มกัน 5 คน ส่งไอเดียการตลาดปั้นแบรนด์แฟชั่นในแบบที่อยากให้เป็น!!! มาร่วมสมัครถัก ร้อยไอเดียได้ตั้งแต่วันนี้ – 26 มิ.ย.2556

ไอเดียทีมใด…เด็ดโดนใจจะได้ร่วมเวิร์คช็อปเพิ่มกลยุทธ์การตลาดกับวิทยากรตัวจริงของวงการ  ได้ทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์และทุนด้านการตลาดร่วมแสนบาท พร้อมโอกาสฝึกประสบการณ์กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครที่www.tkpark.or.th หรือโทร.คุณวิก 085 550 5551

Found & Lost in Bangkok fever ค้นหาและค้นหาย กับภูมิจิต เพื่อชีวิต ร็อกแอนด์โรลล์ กับโครงการ TK park Music Ed ประจำเดือนพฤษภาคมนี้

Music Ed

อุทยานการเรียนรู้ TK park   เชิญชวนน้องๆ เยาวชนที่ใฝ่รักด้านงานดนตรี ร่วมสัมผัสชีวิตคนทำดนตรีกับวงดนตรีที่มีชื่อว่า  ภูมิจิตร ในโครงการ TK park Music Ed  ประจำเดือนพฤษภาคมนี้  ตอน  “ Found & Lost in Bangkok fever ค้นหาและค้นหาย กับภูมิจิต เพื่อชีวิต ร็อกแอนด์โรลล์” วงดนตรีร็อกที่ใกล้เคียงกับวงดนตรีเพื่อชีวิต วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโพสร็อกที่บางทีก็ทำดนตรีป๊อป หรือวงดนตรีสุดฮาที่บางทีก็ร้องเพลงที่มีเนื้อหาแสนเคร่งเครียด ใครจะมองภูมิจิตอย่างไร แต่นี้คือวงดนตรีที่อยู่มาแล้วกว่า 10 ปี และมีแฟนเพลงจำนวนไม่น้อย เคยออกทีวี เคยเล่นปิดเทศกาลดนตรี และเคยจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองมาแล้วด้วย ตำนานแห่งความบากบั่นดั้นด้นค้นหาของวงภูมิจิตจะถูกเราเปิดเผยพร้อมกับการฟังเพลงของพวกเขาบนเวทีแห่งนี้

ร่วมค้นหาเรื่องราวของพวกเขาได้ในวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2556 เวลา 16.30 – 18.00 น.

ณ ห้อง Learning Auditorium อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.tkpark.or.th